แนะนำหลักสูตรอบรม

พัฒนาทักษะการสื่อสารและวิทยากรทางพุทธศาสตร์ (online)

Training curriculum by Graduate school

        หลักสูตรอบรมพัฒนาทักษะการสื่อสารและวิทยากรทางพุทธศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร การนำเสนองาน การบรรยาย และการเป็นวิทยากรทางพระพุทธศาสนาที่มีคุณภาพเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา นอกจากนี้ เนื้อหาในหลักสูตรได้ถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย เหมาะสำหรับพระภิกษุ พระภิกษุณี สามเณร บุคคลทั่วไป นักเรียน นักศึกษา และสามารถนำไปใช้ประยุกต์ใช้ในงานต่าง ๆ ได้หลากหลาย เนื้อหาการอบรมแบ่งเป็น 3 หมวด คือ 1) หมวดองค์ความรู้ด้านพุทธธรรม 2) หมวดการปฏิบัติพุทธธรรมในชีวิตประจำวัน 3) หมวดเทคนิคการบรรยายทั่วไปและการบรรยายทางพุทธศาสตร์ โดยในแต่ละหมวดท่านสามารถเลือกลงทะเบียนเพื่อศึกษาทั้งหมวด หรือเลือกศึกษาเฉพาะหน่วยย่อยในแต่ละหมวดก็ได้

วิธีการศึกษา

1. เรียนด้วยระบบออนไลน์ (online)
2. สมัครเรียนได้โดยสแกน QR Code เพื่อกรอกใบสมัครออนไลน์ และเลือกลงทะเบียนตามหมวดและหน่วยการเรียนที่ท่านสนใจ (ติดต่อ 08 6326 3857)
3. เมื่อได้รับ Link เข้าชมสื่อการเรียนแล้ว ให้กรอกชื่อผู้ใช้ (username) และ รหัสผ่าน (password) ที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าชมสื่อการเรียนและทำกิจกรรมต่าง ๆ
4. ท่านสามารถเข้าชมสื่อการเรียนและทำแบบทดสอบเวลาใดก็ได้ ภายในระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ลงทะเบียน (ยกเว้นหมวดที่มีการฝึกปฏิบัติจะมีกำหนดเวลาของกิจกรรมที่ชัดเจน ดูรายละเอียดด้านล่าง)
5. ท่านสามารถเลือกชมสื่อเพียงอย่างเดียว หรือเลือกทำแบบทดสอบด้วยก็ได้ หากทำแบบทดสอบผ่าน ขอรับประกาศนียบัตรออนไลน์ได้

รายละเอียดของหมวดการอบรม และหน่วยการอบรมในแต่ละหมวด

หมวดที่ 1 องค์ความรู้ด้านพุทธธรรม

        ความน่าสนใจของสื่อการเรียนในหมวดนี้ นอกจากการอธิบายความหมายของหมวดธรรม และเนื้อหาของข้อธรรมในหมวดต่าง ๆ แล้ว จะชี้ให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ในการสอนหมวดธรรมนั้น ๆ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วิเคราะห์การเทศน์สอนตามลักษณะของผู้ฟังธรรม บริบทอื่น ๆ และข้อสังเกตที่น่าสนใจในการบรรยายธรรมนั้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่จะทำหน้าที่วิทยากรในการทำความเข้าใจผู้ฟังเพื่อออกแบบเนื้อหาการบรรยายและเลือกสื่อประกอบให้เหมาะสม นอกจากนี้ จะอธิบายให้เห็นความสัมพันธ์ของข้อธรรมแต่ละข้อ และเหตุผลในการเรียงลำดับข้อธรรมต่าง ๆ ในหมวดธรรมเหล่านั้น ทำให้การจดจำหมวดธรรมต่าง ๆ เป็นเรื่องน่าสนใจ จดจำได้ นำไปใช้ได้ง่ายอีกด้วย

        เนื้อหาหมวดองค์ความรู้ด้านพุทธธรรม มี 7 หน่วยดังนี้

        หน่วยที่ 1 หลักการสำคัญในการศึกษาพุทธธรรม 
        หน่วยที่ 2 วิเคราะห์พุทธประสงค์ในการสอนพุทธธรรมตามประเภทของผู้ฟังในพระสูตรต่าง ๆ
        หน่วยที่ 3 พุทธธรรมสำคัญที่จำเป็นต้องรู้และแนวทางประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
        หน่วยที่ 4 การบูรณาการพุทธธรรมร่วมกับทฤษฎีและแนวคิดต่าง ๆ (แนะนำสำหรับวิทยากรในสาขาวิชาอื่น ๆ ที่ต้องการนำหลักธรรมไปใช้ร่วมกับทฤษฎีในสาขาวิชาของท่าน ผู้ที่ทำวิจัยเกี่ยวกับการบูรณาการในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก)
        หน่วยที่ 5 วิธีศึกษาพุทธธรรมด้วยตนเอง (1): ทางลัดในการศึกษาพุทธธรรมด้วยการใช้พจนานุกรมประมวลธรรม
        หน่วยที่ 6 วิธีศึกษาพุทธธรรมด้วยตนเอง (2): เทคนิคการสร้างความน่าเชื่อถือของเนื้อหาที่นำเสนอด้วยลำดับชั้นคัมภีร์และการอ้างอิงทางวิชาการ
        หน่วยที่ 7 วิธีศึกษาพุทธธรรมด้วยตนเอง (3): เทคนิคการสืบค้นพระไตรปิฎกด้วยโปรแกรม 
e-Tipitaka (หน่วยนี้สามารถลงทะเบียนเพื่อฝึกปฏิบัติ (workshop) เพิ่มเติมได้)

รูปแบบการเรียน

        1) ชมสื่อการเรียนในหน่วยที่ท่านเลือกลงทะเบียน
        2) สอบวัดความรู้ท้ายหน่วยเพื่อขอรับประกาศนียบัตร หรือเลือกชมสื่อเพียงอย่างเดียวโดยไม่ทำแบบทดสอบก็ได้ (เฉพาะหน่วยที่ 3 ผู้ที่ได้คะแนนสอบวัดระดับความรู้ BSPT (GS-DOU) 85% ขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องสอบในส่วนนี้)
        3) มีระยะเวลาในการศึกษา 6 เดือน นับตั้งแต่วันลงทะเบียน
        4) หากต้องการลงทะเบียนเพื่อฝึกปฏิบัติสืบค้นพระไตรปิฎกด้วยโปรแกรม e-Tipitaka (workshop) กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนัดหมายวันและเวลา

        คำแนะนำ: ผู้ที่ได้คะแนนสอบวัดระดับความรู้ BSPT (GS-DOU) 85% ขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนศึกษาหน่วยที่ 3 หากท่านต้องการ สามารถลงทะเบียนเพื่อชมสื่อเป็นความรู้เพิ่มเติมได้ โดยไม่จำเป็นต้องสอบวัดความรู้ท้ายหน่วย

หมวดที่ 2 การปฏิบัติพุทธธรรมในชีวิตประจำวัน

        การนำพุทธธรรมมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้ผู้ปฏิบัติเข้าใจหลักธรรมต่าง ๆ ที่ได้ศึกษามาแล้วในระดับที่ไม่สามารถหาอ่านได้จากหนังสือหรือฟังจากสื่อการเรียน

        วิทยากรที่ศึกษาเรียนรู้เพียงอย่างเดียว จะแตกต่างกับวิทยากรที่เรียนรู้ร่วมกับการฝึกปฏิบัติอย่างน้อย 2 เรื่องใหญ่ ๆ คือ 
        1) ผู้ที่ฝึกปฏิบัติและบันทึกผลการปฏิบัติในแบบฟอร์มทุกวันจะได้สังเกตตนเองอย่างต่อเนื่อง มองเห็นสิ่งที่ตนเองต้องแก้ไข และเห็นพัฒนาการของขึ้นไปเป็นลำดับอย่างชัดเจน เมื่อต้องอธิบายธรรมในฐานะวิทยากรที่ผ่านการฝึกปฏิบัติจะอธิบายได้ชัดเจน เพราะเป็นการสื่อสารผ่าน ‘ภาพในใจที่เกิดขึ้นจริง’ ของวิทยากรเอง ผู้ฟังจึงคิดตามได้ง่ายและเห็นภาพนั้นไปตามการอธิบายของวิทยากร ต่างกับวิทยากรที่หาข้อมูลแล้วท่องจำความหมายนำไปพูดโดยไม่ได้ฝึกปฏิบัติจริง เมื่อผู้ฟังไม่เห็นภาพตามจะเกิดความเบื่อหน่ายในการฟังได้ง่าย
        2) เมื่อผู้ฟังมีคำถาม วิทยากรที่ผ่านการฝึกฝนและปฏิบัติจริงด้วยตนเองจะสามารถตอบคำถามได้ตรงใจผู้ฟัง เพราะเป็นการอธิบายผ่านภาพการปฏิบัติจริงของตนเอง ผู้ฟังจึงเกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมเพราะจับต้องได้ เกิดความเข้าใจไปตามลำดับ ในขณะที่วิทยากรที่อธิบายธรรมโดยหาข้อมูลไปพูดเพียงอย่างเดียว จะอธิบายตามอักษร (text) อาจไม่กล้าตัดทอน ขยายความ หรือยกตัวอย่างเพิ่ม เพราะไม่แน่ใจว่าจะอธิบายผิดจากที่ได้ศึกษามาหรือไม่ การอธิบายลักษณะนี้จึงมีความเป็นนามธรรมมาก เมื่อผู้ฟังมีคำถาม จะตอบคำถามตามตำรา อธิบายขยายความและยกตัวอย่างได้ไม่มากนักเพราะไม่เห็นภาพการปฏิบัติ

รูปแบบการเรียน

        1) ชมสื่อการเรียนหมวดที่ 1- หน่วยที่ 3 พุทธธรรมสำคัญที่จำเป็นต้องรู้และแนวทางประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และสอบวัดความรู้ท้ายหน่วย (ผู้ที่ได้คะแนนสอบวัดระดับความรู้ BSPT (GS-DOU) 85% ขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องสอบในส่วนนี้)
        2) ฝึกปฏิบัติและบันทึกผลการปฏิบัติในแบบฟอร์มที่กำหนด มีระยะเวลา 12 สัปดาห์
        3) เมื่อครบ 4 สัปดาห์ ประชุมออนไลน์เพื่อสอบถามความก้าวหน้าและให้คำแนะนำเพิ่มเติมในการฝึกปฏิบัติ
        4) เมื่อครบ 12 สัปดาห์ ประชุมออนไลน์เพื่อสอบถามความก้าวหน้าและประเมินผลการปฏิบัติ

หมวดที่ 3 ทักษะการสื่อสารและวิทยากรทางพุทธศาสตร์

        เนื้อหาในหมวดนี้ แต่ละหน่วยจะเน้นทั้งการทักษะการสื่อสาร การวางโครงเรื่องและการจัดการกับข้อมูล การทำสื่อประกอบเพื่อเป็นตัวช่วยสำคัญในการบรรยายให้มีประสิทธิภาพ เทคนิคต่าง ๆ เพื่อการบรรยายให้ลื่นไหล รวมถึงวิธีพัฒนาตนเองเพื่อเป็นวิทยากรทางพุทธศาสตร์ที่ดี

        เนื้อหามีทั้งหมด 6 หน่วย ในแต่ละหน่วยจะอธิบายทั้งการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการนำเสนอทั่วไป และลงลึกเพื่อการเป็นวิทยากรทางพระพุทธศาสนาที่ดี มีเนื้อหาดังนี้
        หน่วยที่ 1 วิธีนำเสนองานอย่างมีประสิทธิภาพโดยเลือกใช้จุดแข็ง-ปิดจุดอ่อนของผู้บรรยาย
        หน่วยที่ 2 การวางโครงเรื่องที่ดีด้วยเทคนิคการ ‘เลือกเก็บ’ และ ‘ตัดออก’ และการจัดการเวลา
        หน่วยที่ 3 เทคนิคการจัดหมวด-เชื่อมความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ซับซ้อนเพื่อสรุปให้เป็นแผนภาพที่เข้าใจง่าย
        หน่วยที่ 4 การทำสื่อประกอบการบรรยายให้เป็นตัวช่วย (ไม่เป็นตัวฉุด) และวิธีเตรียม ‘สไลด์พิเศษ’ ในยามฉุกเฉิน (พิเศษ! แถมการสอนวิธีใช้โปรแกรม Canva และเปลี่ยน PowerPoint ให้เป็น Canva)
        หน่วยที่ 5 เทคนิคการพูดบรรยายให้ลื่นไหล (การพูดเชื่อมข้อมูล การกำหนดจุดเน้นในสไลด์ การใช้เอฟเฟค และการเลือกจังหวะปิด-เปิดข้อมูล เป็นต้น)
        หน่วยที่ 6 วิธีพัฒนาตนเองเพื่อเป็นวิทยากรทางพุทธศาสตร์ที่ดี
        หน่วยที่ 7 การฝึกปฏิบัติเพื่อเป็นวิทยากร (workshop) **การฝึกในส่วนนี้ควรศึกษาเนื้อหาทั้ง 6 หน่วยข้างต้นมาก่อน** ท่านสามารถลงทะเบียนเพื่อฝึกปฏิบัติ โดยไม่ลงทะเบียนศึกษาสื่อการเรียนมาก่อนก็ได้ แต่ท่านอาจได้รับคำแนะนำให้ดูสื่อเพิ่มเติมในภายหลัง

ขั้นตอนของการฝึกปฏิบัติ (workshop) ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน นับจากวันที่ลงทะเบียน

        1) แจ้งชื่อเรื่องที่ต้องการบรรยายและรับคำแนะนำ
        2) ทำสื่อประกอบการบรรยายและนำเสนอออนไลน์ครั้งที่ 1 ความยาวในการนำเสนอไม่เกิน 12 นาที และรับคำแนะนำในการพัฒนาสื่อและวิธีการบรรยาย (มีเวลา 2 สัปดาห์นับจากวันที่ได้รับคำแนะนำ)
        3) นำเสนอออนไลน์ครั้งที่ 2 เพื่อรับคำแนะนำ
        4) แก้ไขปรับปรุงการนำเสนอและพัฒนาสื่อ (มีเวลา 2 สัปดาห์นับจากวันที่ได้รับคำแนะนำ)
        5) นำเสนอออนไลน์ครั้งที่ 3 รับคำแนะนำและประเมินผลการปฏิบัติ

รูปแบบการเรียน

        1) ชมสื่อการเรียนในหน่วยที่ท่านเลือกลงทะเบียน
        2) สอบวัดความรู้ท้ายหน่วยเพื่อขอรับประกาศนียบัตร หรือเลือกชมสื่อเพียงอย่างเดียวโดยไม่ทำแบบทดสอบก็ได้
        3) หน่วยที่ 1-6 มีระยะเวลาในการศึกษา 6 เดือน นับตั้งแต่วันลงทะเบียน

ขั้นตอนการลงทะเบียน

1. โทร. 08 6326 3857 หรือ Line ID: aenud
2. ส่งสลิปหลักฐานการชำระเงินให้เจ้าหน้าที่
3. ท่านจะได้รับ Link เพื่อเข้าเว็บไซต์สำหรับชมสื่อการเรียนและทำกิจกรรมต่าง ๆ และ user name และ password ในการเข้าระบบ

ค่าธรรมเนียมในการลงทะเบียน

หมวดที่ 1 องค์ความรู้ด้านพุทธธรรม

  • ลงทะเบียนทั้งหมวด (ไม่รวม workshop หน่วยที่ 7) มีค่าธรรมเนียม 1,700 บาท
    (ประหยัดกว่าเรียนแยกหน่วย 400 บาท)
  • ลงทะเบียนทั้งหมวด (รวม workshop หน่วยที่ 7) มีค่าธรรมเนียม 2,500 บาท
    (ประหยัดกว่าเรียนแยกหน่วย 600 บาท)

ลงทะเบียนเฉพาะหน่วยมีค่าธรรมเนียม ดังนี้

        หน่วยที่ 1 หลักการสำคัญในการศึกษาพุทธธรรม **จำเป็น (200 บาท)
        หน่วยที่ 2 วิเคราะห์พุทธประสงค์ในการสอนพุทธธรรมตามประเภทของผู้ฟังในพระสูตรต่าง ๆ **จำเป็น (200 บาท)
        หน่วยที่ 3 พุทธธรรมสำคัญที่จำเป็นต้องรู้และแนวทางประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน (300 บาท)
        หน่วยที่ 4 การบูรณาการพุทธธรรมร่วมกับทฤษฎีและแนวคิดต่าง ๆ (500 บาท)
        หน่วยที่ 5 วิธีศึกษาพุทธธรรมด้วยตนเอง (1): ทางลัดในการศึกษาพุทธธรรมด้วยการใช้พจนานุกรมประมวลธรรม (300 บาท)
        หน่วยที่ 6 วิธีศึกษาพุทธธรรมด้วยตนเอง (2): เทคนิคการสร้างความน่าเชื่อถือในการนำเสนอด้วยลำดับชั้นคัมภีร์และการอ้างอิงทางวิชาการ **แนะนำ (300 บาท)
        หน่วยที่ 7 วิธีศึกษาพุทธธรรมด้วยตนเอง (3): เทคนิคการสืบค้นพระไตรปิฎกด้วยโปรแกรม e-Tipitaka **แนะนำ (300 บาท)
        Workshop สอนการใช้โปรแกรมโดยวิทยากรผู้ชำนาญ (3 ชั่วโมง) (1,000 บาท)

หมวดที่ 2 การปฏิบัติพุทธธรรมในชีวิตประจำวัน

  • ลงทะเบียนทั้งหมวด มีค่าธรรมเนียม 1,700 บาท
    (สื่อการเรียนหมวดที่ 1: หน่วยที่ 1 – 3 พุทธธรรมสำคัญที่จำเป็นต้องรู้ รวมอยู่ในค่าธรรมเนียมนี้แล้ว)
  • หากท่านเคยลงทะเบียนหมวดที่ 1: หน่วยที่ 1 – 3 มาแล้ว จะมีค่าธรรมเนียม 1,500 บาท

หมวดที่ 3 ทักษะการสื่อสารและวิทยากรทางพุทธศาสตร์

  • ลงทะเบียนทั้งหมวด (ไม่รวม workshop) มีค่าธรรมเนียม 1,500 บาท
    (ประหยัดกว่าเรียนแยกหน่วย 300 บาท)
  • ลงทะเบียนทั้งหมวด (รวม workshop) มีค่าธรรมเนียม 2,800 บาท
    (ประหยัดกว่าเรียนแยกหน่วย 500 บาท)

ลงทะเบียนเฉพาะหน่วยมีค่าธรรมเนียม ดังนี้

        หน่วยที่ 1 วิธีนำเสนองานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเลือกใช้จุดแข็ง-ปิดจุดอ่อนของผู้บรรยาย (300 บาท)
        หน่วยที่ 2 การวางโครงเรื่องที่ดีด้วยเทคนิคการ ‘เลือกเก็บ’ และ ‘ตัดออก’ และการจัดการเวลา (300 บาท)
        หน่วยที่ 3 เทคนิคการจัดหมวด-เชื่อมความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ซับซ้อนเพื่อสรุปให้เป็นแผนภาพที่เข้าใจง่าย (300 บาท)
        หน่วยที่ 4 การทำสื่อประกอบการบรรยายให้เป็นตัวช่วย (ไม่เป็นตัวฉุด) และวิธีเตรียม ‘สไลด์พิเศษ’ ในยามฉุกเฉิน 300 บาท
        หน่วยที่ 5 เทคนิคการพูดบรรยายให้ลื่นไหล (300 บาท)
        หน่วยที่ 6 วิธีพัฒนาตนเองเพื่อเป็นวิทยากรทางพุทธศาสตร์ที่ดี (300 บาท)
        หน่วยที่ 7 การฝึกปฏิบัติเพื่อเป็นวิทยากร (workshop) (1,500 บาท)

หมายเหตุ: เนื้อหาส่วนต่าง ๆ จะทำขึ้นใหม่และทยอยเปิดไปตามลำดับ เริ่มเรียนวิชาแรกได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป ท่านสามารถลงทะเบียนเลือกวิชาที่ต้องการเรียนไว้ล่วงหน้าได้ หากมีผู้สนใจแจ้งว่าต้องการเรียนเรื่องใดเป็นจำนวนมาก จะพิจารณาจัดทำเนื้อหาและเปิดให้เรียนเรื่องนั้นก่อน​

หลักสูตรพัฒนาทักษะการสื่อสารและวิทยากรทางพุทธศาสตร์ (online)

หลักสูตรอื่น ๆ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

หรือ โทร. 08 6326 3857